JustMakeWeb.com รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว , ลงโฆษณาฟรี VPS ราคาถูก
รับทำเว็บไซต์
0

การตั้ง Stop Loss อย่างละเอียด

2013-12-09 23:45:21 ใน Stop Loss - Take profit » 0 13712

การตั้ง Stop Loss อย่างละเอียด

 


สวัสดีครับชาว TradeMillion13Thai ทุกท่านนะครับ 
ในบทความนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง Stop Loss หรือ Cut loss กันนะครับ
เนื่องจากผมเห็นว่าการ Stop Loss นี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างมีความสำคัญมากเลยสำหรับเทรดเดอร์อย่างเราๆทั้งหลายนะครับ ผมจึงได้จัดทำบทความนี้ขึ้นมา หวังว่าคงจะป็นโยชน์ต่อผู้อ่านนะครับ….

ก่อนอื่นเลยเราจะต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Stop Loss นั้นคืออะไร
ถ้าแปลตรงๆตัวเลย Stop Loss นั้นก็คือการหยุดขาดทุนนั้นเองครับ ซึ่งมีหน้าที่เดียวกับคำว่า Cut Loss นั้นเองนะครับที่แปลว่าตัดขาดทุน อย่าเพิ่งสับสนนะครับท่านผู้อ่าน จริงๆแล้วเราจะเรียกแบบไหนก็ได้ครับเพราะสุดท้ายหน้าที่มันเหมือนกันครับ

ทำไหมเราถึงต้องมี Stop Loss?

เหตุที่เราต้องมี stop loss ก็เพราะว่าการเคลื่อนที่ของกราฟในแต่ล่ะวันเราไม่มีทางรู้ล่วงหน้า 100% แน่นอน ว่ากราฟนั้นจะเคลื่อนที่ไปทางไหน
เมื่อเราไม่มีทางรู้แบบนี้...โอกาสที่เราจะคาดการณ์ผิดและขาดทุนก็ต้องมีแน่นอนเป็นธรรมดานะครับ แต่จะขาดทุนมากหรือน้อยนั้นเราเป็นผู้กำหนด
***ถ้าเราไม่มี Stop Loss ในการขาดทุน 1 ครั้งอาจจะล้างพอร์ตเลยก็ได้


เคยได้ยินคำนี้ไหมครับว่า "ตลาดเป็นตัวกำหนดว่าจะให้เรากำไรได้เท่าไหร่ แต่เราเป็นคนกำหนดว่าเราจะขาดทุนได้เท่าไหร่"

หลายๆคนก็จะมีวิธีการหนีเมื่อราคาไม่เป็นไปตามอย่างที่คาดการณ์ (การหนีนี้หมายถึงการ Stop Loss ) ต่างๆนานาวิธีบางคนอาจจะกำหนดไว้ว่าจะหยุดขาดทุนกี่จุดดีกี่เปอร์เซ็นต์ดี บางคนอาจจะกำหนดการหยุดขาดทุนตามเวลา บางคนอาจจะหยุดขาดทุนตามสภาวะตลาด 



 

ผมจึงแยกการ Stop Loss หลักๆออกเป็น 3 แบบ

 
1. Equity Stop(หยุดขาดทุนกี่เปอร์เซ็นต์)
2. Time Stop(หยุดขาดทุนตามเวลา)
3. Market Conditions Stop(หยุดขาดทุนตามสภาวะตลาด)




 

1. Equity Stop(หยุดขาดทุนกี่เปอร์เซ็นต์) 

คือการหยุดขาดทุนตามเปอร์เซ็นต์หรือตามจำนวนจุดที่ตั้งไว้
หลายคนที่เข้ามาในตลาดอาจจะเคยได้ยินคำที่ว่า “ผมตั้ง Stop Loss ในแต่ละออร์เดอร์ 10 จุด” หรืออะไรประมาณนี้หรือไม่ก็ “ถ้าขาดทุนเกิน 2% ของต้นทุนแล้วผมจะทำการ Stop Loss เลย” หรือคำถามที่ว่า ”ผมควรตั้งStop Loss กี่จุดดี” วิธีนี้เป็นการตัดขาดทุนโดยไม่ดูสภาวะตลาดหรือไม่ดูความเหมาะสมของตลาดเลยเพียงแต่เรากำหนดว่าจะยอมขาดทุนกี่จุด เราก็จะตัดขาดทุนเมื่อราคาผิดทางมากี่จุด ซึ่งผมคิดว่าการตั้ง Stop Loss แบบนี้เป็นวิธีที่ไม่ดีเลย เพราะเป็นการหยุดขาดทุนแบบไม่ลืมหูลืมตา และเป็นการตั้งขาดทุนโดยที่ไม่มีเหตุผล

 

ดังนั้น ผมจึงไม่แนะนำท่านผู้อ่านให้หยุดขาดทุนโดยใช้วิธีการนี้ เนื่องจากการเป็นเทรดเดอร์ที่ดีจะต้อง เปิด ปิด ออร์เดอร์มีเหตุผลในทุกๆครั้งที่ทำการเทรด

 

2. Time Stop(หยุดขาดทุนตามเวลา) 

คือการหยุดขาดทุนตามเวลา ถ้าพูดมาแบบนี้ท่านผู้อ่านหลายคนอาจจะ “งง” ก็เป็นไปได้ว่าการหยุดขาดทุนตามเวลานั้นเป็นอย่างไร การหยุดขาดทุนตามเวลาคือ การหยุดขาดทุนเมื่อเราไม่แน่ใจหรือไม่อยากเสี่ยงกับอนาคตที่จะเกิดขึ้น เช่น บางคนอาจจะไม่เทรดข้ามวันแต่เมื่อพอจะนอนก็ทำการปิดออร์เดอร์ที่ถืออยู่ให้หมดแล้วจึงค่อยนอน, บางคนอาจจะไม่เทรดข้ามสัปดาห์เพราะกลัวความผันผวนที่อยู่ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ดังนั้นพอมาถึงวันศุกร์ก็พยายามปิดออร์เดอร์ให้หมด เป็นต้น


ดังนั้น วิธีนี้จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการตัดขาดทุนในตอนที่เราไม่มั่นใจหรือกลัวความเสี่ยงจะเกิดขึ้นในอนาคต



3. Market Conditions Stop (หยุดขาดทุนตามสภาวะตลาด) 

คือการหยุดขาดทุนตามสภาวะตลาดเป็นมีกฎการหยุดขาดทุนที่ไม่ตายตัว จะเปลี่ยนรูปแบบและเทคนิคการ Stop Loss ไปตามสภาวะตลาด เช่น ถ้าราคาเคลื่อนที่เป็นเทรนก็จะทำการเลื่อน Stop Loss ไล่ตามราคา, ถ้าราคาเคลื่อนที่ในกรอบก็จะตั้ง Stop Loss ตามแนวรับแนวต้าน เป็นต้น วิธีนี้เป็นการหยุดขาดทุนแบบนี้เป็นการหยุดขาดทุนที่ต้องมีเหตุผล

ดังนั้น วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ผมอยากแนะนำ เนื่องจากเราไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าในอนาคตตลาดนั้นจะเคลื่อนที่ไปทิศทางไหนเมื่อไหร่กราฟจะแกว่งตัวมากหรือน้อย ปัจจัยเหล่านี้เราไม่สามารถรู้ได้อย่างแน่นอน 100% ดังนั้น การที่เราจะตั้งกฎตายตัวให้มันก็ย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดี 


เดี่ยวเราจะดูตัวอย่างการหยุดขาดทุนตามสภาวะตลาดนะครับ


สมมุติว่า ราคาเคลื่อนที่ในกรอบเราก็ควรตั้ง Stop Loss ห่างออกจากแนวรับแนวต้านไปอีกนิดหนึ่ง เพื่อป้องกันการแกว่งตังที่จะเกิดขึ้น


 

 

เราก็ควรตั้ง Stop Loss ห่างออกจากแนวรับแนวต้านไปอีกนิดหนึ่งเพื่อป้องกันการแกว่งตั้งที่จะเกิดขึ้น

 

สมมุติว่า ราคาเคลื่อนที่เป็นเทรนเราก็ควรตั้ง Stop Loss แบบเลื่อนตามราคา บางคนอาจจะเลื่อนตามจุดพักตัวเดิม หรือบางคนจะกำหนดระยะห่าง ไม่ควรตั้งนิ่งๆทิ้งไว้เฉยๆเพราะว่า ถ้าราคากลับตัวเราอาจจะพลาดกำไรครั้งใหญ่ทั้งๆที่เรานั้นควรจะได้มา สมมุติว่าราคานั้นได้มีการกลับตัวก็จะโดน Stop Loss อันล่าสุดที่เราตั้งไว้


 

 

มีคำหนึ่งที่กินใจผมมากก็คือ “นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ จะมุ่งไปที่เสี่ยงน้อยสุด ไม่ใช่กำไรมากสุด” 

หลังจากที่เรารู้ไปแล้วว่ามีแบบไหนบ้าง ทีนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง การ Stop loss แบบกว้างและแคบกันนะครับ

เริ่มจากการตั้ง Stop Loss แบบแคบก่อนเลยนะครับ

ข้อดีของการตั้ง Stop Loss แบบแคบ ก็คือ เมื่อราคาเคลื่อนที่ผิดทางเราจะขาดทุนไปไม่มาก
นั้นเองครับ


 

ข้อเสีย ของการตั้ง Stop Loss แบบแคบ ก็คือ ถ้าราคามีการแกว่งตัวมากอาจจะโดน Stop Loss ของเราที่ตั้งไว้อาจจะทำให้เราพลาดโอกาสกำไรที่เราควรจะได้

ทีนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องการตั้ง Stop Loss แบบกว้างต่อเลยนะครับ

ข้อดีของการตั้ง Stop Loss แบบกว้าง ก็คือ เมื่อราคามีการแกว่งตัวมากโอกาสที่ราคาจะโดน Stop Loss ได้ก็มีน้อยทำให้เราไม่พลาดโอกาสกำไรที่เราควรจะได้รับ


 

ข้อเสีย ของการตั้ง Stop Loss แบบกว้าง ก็คือ เมื่อราคามีการเปลี่ยนแนวโน้มอาจทำให้เราขาดทุนค่อนข้างมากหน่อย


 

 

“การตั้ง Stop Loss ที่ดีคือ การตั้งให้แคบที่สุด แต่ต้องกว้างพอที่จะให้ราคาแกว่งตัวได้”

 

 

เทคนิคเล็กๆน้อยๆในการตั้ง Stop Loss 
 

เราควรให้ Stop Loss แคบกว่า Take Profit อย่างน้อย 2 เท่าเพราะการที่เราขาดทุนแต่ล่ะครั้งมันยากที่จะกลับคืน




 

ดังนั้น ในการเข้าเทรดแต่ละครั้ง เราต้องมองหาจุดที่เราเข้าแล้ว โอกาสที่จะเป็นกำไรต้องมากกว่าขาดทุน 2 เท่า



 

 

 

trademillion13thai
สถิติเว็บไซต์
เปิดเว็บเมื่อ : 2013-12-06
จำนวนสมาชิก : 143 คน
ปรับปรุงเมื่อ : 2019-04-22
จำนวนครั้งที่ชม : 754,228 ครั้ง
Online : 12 คน
 
 
trademillion13thai